ติดโซลาร์ ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท หรือรอเงินอุดหนุน 50,000 บาท แบบไหนเหมาะกว่า?
อัปเดตมาตรการสนับสนุน Solar Rooftop ปี 2569
สำหรับคนที่กำลังวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านพักอาศัยในปี 2569 หลายคนอาจกำลังเห็นข่าวเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้ง เงินสนับสนุนติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุดประมาณ 50,000 บาท และมาตรการ ลดหย่อน/ยกเว้นภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท
คำถามที่ตามมาคือ
“ถ้าจะติดโซลาร์ ควรใช้สิทธิ 50,000 บาท หรือใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาท?”
ก่อนตัดสินใจ สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองมาตรการมีลักษณะของสิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน และไม่ควรนำตัวเลข 50,000 บาท กับ 200,000 บาทมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ เพราะ 200,000 บาทไม่ได้หมายความว่าจะได้เงินคืนจากภาษี 200,000 บาท
50,000 บาท คืออะไร?
ในปี 2569 มีแนวทางส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านพักอาศัย โดยภาครัฐมีการสื่อสารถึงแนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่าย สูงสุดประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้มากขึ้น
สำนักงานพลังงานจังหวัดจันทบุรีระบุว่า แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการสนับสนุนครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูงและสามารถติดตั้ง Solar Rooftop ได้ แต่รายละเอียดสำคัญ เช่น คุณสมบัติ ขนาดระบบ หลักเกณฑ์การสนับสนุน และวิธีสมัคร ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ตัวเลข 50,000 บาท ควรเข้าใจว่าเป็น วงเงินสนับสนุนตามแนวทางที่กำลังผลักดัน ไม่ใช่หมายความว่าทุกบ้านที่ติดโซลาร์ในปี 2569 จะได้รับเงิน 50,000 บาทโดยอัตโนมัติ
แล้วเงิน 50,000 บาทช่วยอย่างไร?
หากโครงการประกาศหลักเกณฑ์ออกมาและเจ้าของบ้านมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เงินสนับสนุนจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ Solar Rooftop โดยตรง
ตัวอย่างเช่น
ค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop = 250,000 บาท
หากได้รับเงินสนับสนุน 50,000 บาทตามเงื่อนไขของโครงการ
ค่าใช้จ่ายหลังได้รับการสนับสนุน = 200,000 บาท
แต่จำนวนเงินที่ได้รับจริง รวมถึงวิธีการจ่ายเงิน จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และประกาศของโครงการเมื่อมีการเปิดรับอย่างเป็นทางการ
แล้วลดหย่อนภาษี 200,000 บาทคืออะไร?
อีกมาตรการหนึ่งคือ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านพักอาศัย
กรมสรรพากรระบุว่า บุคคลธรรมดาสามารถใช้สิทธิสำหรับ ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่อยู่อาศัย และเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยใช้สิทธิตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมกันไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่รับเงินต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องได้รับ e-Tax Invoice ตามเงื่อนไขของมาตรการด้วย
จุดที่ต้องทำความเข้าใจ
“ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท” ไม่ได้แปลว่าได้รับเงินคืน 200,000 บาท
ตัวเลข 200,000 บาท คือ วงเงินค่าใช้จ่ายที่นำไปใช้ตามสิทธิทางภาษี ไม่ใช่จำนวนเงินภาษีที่จะได้รับคืนโดยตรง
จำนวนภาษีที่ประหยัดได้จริงขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิและอัตราภาษีของแต่ละบุคคล โดยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีหลายขั้น ตั้งแต่ 5% ถึง 35% ตามช่วงเงินได้สุทธิ
ตัวอย่าง ติดโซลาร์ 200,000 บาท ลดภาษีได้เท่าไร?
สมมติว่าเจ้าของบ้านมีค่าใช้จ่ายติดตั้ง Solar Rooftop ที่เข้าเงื่อนไขมาตรการจำนวน 200,000 บาท
ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืน 200,000 บาท
แต่ผลประโยชน์ทางภาษีโดยประมาณจะสัมพันธ์กับอัตราภาษีของผู้ใช้สิทธิ
| อัตราภาษีที่ใช้กับเงินได้ส่วนที่เกี่ยวข้อง | ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิ | ผลทางภาษีโดยประมาณ* |
| 5% | 200,000 บาท | 10,000 บาท |
| 10% | 200,000 บาท | 20,000 บาท |
| 15% | 200,000 บาท | 30,000 บาท |
| 20% | 200,000 บาท | 40,000 บาท |
| 25% | 200,000 บาท | 50,000 บาท |
| 30% | 200,000 บาท | 60,000 บาท |
| 35% | 200,000 บาท | 70,000 บาท |
*เป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่จำนวนภาษีคืนที่ทุกคนจะได้รับจริง เนื่องจากการคำนวณภาษีจริงต้องพิจารณาเงินได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และภาษีที่ต้องชำระของแต่ละบุคคล
ดังนั้น คนที่พูดว่า “ลดหย่อน 200,000 บาท เท่ากับได้เงินคืน 200,000 บาท” จึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
50,000 บาท กับ 200,000 บาท ต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น สามารถแยกเป็น 2 แนวทางดังนี้
เงินสนับสนุน 50,000 บาท
ลักษณะสำคัญคือ
- เป็นแนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- มีการพูดถึงวงเงินสูงสุดประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน
- ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
- รายละเอียดการสมัครและเงื่อนไขต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ
- ไม่ใช่ทุกครัวเรือนจะได้รับโดยอัตโนมัติ
สิทธิลดหย่อน/ยกเว้นภาษีสูงสุด 200,000 บาท
ลักษณะสำคัญคือ
- เป็นมาตรการทางภาษี
- ใช้กับค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งตามจำนวนที่จ่ายจริง
- วงเงินตามสิทธิสูงสุด 200,000 บาท
- ต้องเป็นระบบที่เข้าเงื่อนไขของมาตรการ
- ต้องซื้อจากผู้ประกอบการจด VAT
- ต้องมี e-Tax Invoice ตามหลักเกณฑ์
- ใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง และไม่เกิน 1 ระบบตลอดระยะเวลาของมาตรการตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
แล้วแบบไหนเหมาะกับคนที่กำลังจะติดโซลาร์?
คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลข 50,000 หรือ 200,000 บาท เพียงอย่างเดียว
แต่ควรดูว่าเจ้าของบ้านอยู่ในสถานการณ์แบบใด
กรณีที่ 1 มีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องชำระ
คนกลุ่มนี้ควรพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีร่วมกับต้นทุนติดตั้งจริง เพราะมูลค่าประโยชน์จากการใช้สิทธิภาษีจะขึ้นอยู่กับอัตราภาษีและภาษีที่ต้องชำระของแต่ละคน
ตัวอย่างเช่น หากมีค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข 200,000 บาท ผลประโยชน์ทางภาษีจะไม่เท่ากันสำหรับผู้ที่อยู่ในฐานภาษี 10%, 20% หรือ 30%
กรณีที่ 2 ไม่ได้มีภาษีให้ใช้สิทธิหรือภาษีที่ต้องชำระมีจำนวนน้อย
ในกรณีนี้ การมีวงเงินลดหย่อน 200,000 บาทไม่ได้หมายความว่าจะได้รับประโยชน์เต็ม 200,000 บาท
เพราะการลดหย่อนภาษีมีผลต่อฐานคำนวณภาษี และต้องมีภาษีที่ต้องชำระให้สามารถนำสิทธิไปใช้ประโยชน์ได้
ดังนั้นควรตรวจสอบสถานะภาษีของตัวเองก่อนตัดสินใจ
กรณีที่กำลังรอมาตรการสนับสนุน 50,000 บาท
สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งตีความว่าการรอรับเงินสนับสนุนจะเหมือนกับการได้รับเงินสด 50,000 บาทแน่นอน
เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ในปัจจุบันระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ขนาดระบบ และวิธีสมัครยังต้องรอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ควรดูมากกว่า “ได้เงินสนับสนุนเท่าไร”
การติด Solar Rooftop ไม่ควรตัดสินใจจากสิทธิประโยชน์ของรัฐเพียงอย่างเดียว
เพราะต้นทุนและผลประหยัดของแต่ละบ้านแตกต่างกัน
ปัจจัยที่ควรนำมาคำนวณ ได้แก่
- ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน
บ้านที่มีค่าไฟสูงอาจมีโอกาสใช้พลังงานจาก Solar Rooftop ได้มากกว่า
- พฤติกรรมการใช้ไฟ
หากมีการใช้ไฟในช่วงกลางวัน เช่น
- เครื่องปรับอากาศ
- ปั๊มน้ำ
- ตู้เย็น
- เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
- Home Office
- เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
พลังงานจากโซลาร์สามารถนำมาใช้ในบ้านได้โดยตรง
- ขนาดระบบ Solar Rooftop
ไม่ใช่ว่ายิ่งติดใหญ่จะยิ่งประหยัดเสมอไป เพราะต้องพิจารณาปริมาณการใช้ไฟจริงและพื้นที่ติดตั้ง
- ทิศทางและพื้นที่หลังคา
พื้นที่หลังคา เงาบัง ทิศทาง และมุมติดตั้งมีผลต่อปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้
- คุณภาพของอุปกรณ์
แผงโซลาร์เซลล์ Inverter ระบบป้องกันไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบ ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพและการดูแลระบบในระยะยาว
ติดโซลาร์ตอนนี้ หรือรอมาตรการ 50,000 บาท?
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนติดตั้ง Solar Rooftop ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง
“จะได้เงิน 50,000 หรือใช้สิทธิ 200,000 ดี?”
แต่ควรพิจารณาเป็นภาพรวมว่า
“ต้นทุนติดตั้งเท่าไร ประหยัดค่าไฟได้เท่าไร ใช้ไฟช่วงไหน และมีสิทธิประโยชน์อะไรที่เราเข้าเกณฑ์บ้าง?”
เพราะ Solar Rooftop เป็นการลงทุนที่มีอายุการใช้งานหลายปี การออกแบบระบบให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ไฟอาจมีความสำคัญต่อความคุ้มค่ามากกว่าการเลือกจากโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว
PowerConneX Solar ช่วยวางแผน Solar Rooftop ให้เหมาะกับบ้านของคุณ
การติดตั้ง Solar Rooftop ที่ดีไม่ได้เริ่มจากการเลือกจำนวนแผงเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ ค่าไฟ พฤติกรรมการใช้ไฟ Load ของบ้าน พื้นที่หลังคา และขนาดระบบที่เหมาะสม
PowerConneX Solar ให้บริการตั้งแต่
- สำรวจพื้นที่ติดตั้ง
- วิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า
- ออกแบบขนาด Solar Rooftop
- เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับระบบ
- ติดตั้ง Solar Rooftop
- ดำเนินการด้านเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- บริการหลังการขายและดูแลระบบ
หากกำลังวางแผนติดโซลาร์ในปี 2569 ควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเซ็นสัญญาติดตั้ง เนื่องจากรายละเอียดของมาตรการภาครัฐสามารถเปลี่ยนแปลงได้
PowerConneX Solar พร้อมช่วยวิเคราะห์ว่าบ้านของคุณควรติดตั้ง Solar Rooftop ขนาดเท่าไร และควรวางแผนต้นทุนอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานจริง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมสนใจติดโซลล่าทักหาเราได้เลย!
Facebook Inbox: http://m.me/Powerconnexsolar
LINE: https://lin.ee/vP3aTTI
083 008 6560 คุณหมูหวาน
080 535 9366 คุณปุ๋มปุ๋ม
093 542 6294 คุณนันท์
085 520 8214 คุณโหน่ง
หรือเยี่ยมชมโซลูชั่น Walk in หน้าร้านได้ที่
🚩 Fashion Island ชั้น 3 (หน้า Asia Books)
🚗 Map : https://maps.app.goo.gl/USBXSMYB3XhzGTSn7
🕐 เวลา : 10:00 – 20:30 น.
🚩 Design village Kaset Nawamin ชั้น 2
🚗 Map : https://maps.app.goo.gl/3h7Z8nymkng5Q9mH9
🕐 เวลา : 10:00 – 19:00 น.

